MIHAS มาเลย์ชวนไทยจับคู่ธุรกิจฮาลาล
วันที่ โพสต์ 2015-04-03 17:28:37

 "มาเทรด" กรมส่งเสริมการส่งออกมาเลเซียเชิญชวนเอกชนไทยร่วมงาน MIHAS งานสินค้าและบริการฮาลาล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เผยปีนี้ บริษัทผู้ซื้อ (buyers) จากประเทศไทยเข้าร่วมมากขึ้นจากเดิมปีละประมาณ 10 ราย เป็น 27 ราย ไม่นับรวมที่ไปร่วมเปิดบูธแสดงสินค้าอีก 50 บริษัท ชี้ตลาดฮาลาลโตเร็วแบบก้าวกระโดด การร่วมมือจับคู่พันธมิตรธุรกิจฮาลาลกับมาเลเซียจะช่วยเสริมโอกาสในการบุกตลาดโลกเป็นอย่างดี

นายนิคมัน ราฟาอี โมฮัมหมัด ซาฮาร์ ที่ปรึกษาด้านการค้าและทูตพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตลาดสินค้าและบริการฮาลาลเป็นตลาดใหญ่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทุกปีตามจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยสถิติในปี 2558 ชี้ว่า ประชากรหรือผู้บริโภคชาว มุสลิมทั่วโลกนั้นมีจำนวนมากถึง 2.1 พันล้านคน (ข้อมูลจากพิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์) โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในภูมิภาค เอเชีย คือกว่า 1 พันล้านคน ตามมาด้วยแอฟริกาและยุโรป 461.6 ล้านคนและ 51.2 ล้านคนตามลำดับ จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านสินค้าและบริการ ซึ่งในส่วนบริการนั้น ผู้คนอาจจะยังไม่คุ้น ชินมากนักว่ามีธุรกิจบริการที่เป็นฮาลาลด้วย อาทิ โรงแรมและการท่องเที่ยว โรงพยาบาลและการดูแลสุขภาพ ตลอดจนธุรกิจการเงินและการธนาคาร

"มูลค่าตลาดฮาลาล รวมทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคและการให้บริการนั้น ถ้านับมูลค่าทั่วโลกจะ อยู่ที่ระดับปีละ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 75.9 ล้านล้านบาท ถ้าแยกออกมาเป็นประเภทสินค้า อาหารก็จะมีมูลค่าราวปีละ 6.61 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 29 % ของตลาดสินค้าและ บริการฮาลาลทั้งหมด และคิดเป็นสัดส่วน 16% ของตลาดอาหารทั่วโลก" ที่ปรึกษาด้านการค้าและทูตพาณิชย์ สถานทูตมาเลเซียกล่าวและว่า ทุกๆ ปีมาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน MIHAS หรือ Malaysia International Halal Showcase ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและบริการฮาลาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จัดที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยปีนี้จะ มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมใหญ่ที่เรียกว่า World Halal Week ซึ่งจะมีทั้งประเทศผู้ซื้อ ผู้ผลิตและผู้ค้ามาพบปะ นำเสนอสินค้า บริการ และนวัตกรรมฮาลาล ที่สำคัญคือในงาน MIHAS จะมีการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจซึ่งเป็นเวทีพบปะระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก

"ส่วนใหญ่บริษัทเอกชนไทยจะใช้โอกาสนี้และเวทีนี้ในการเจรจาจัดซื้อวัตถุดิบผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่ง บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าฮาลาล ซึ่งแน่นอนว่า เราคัดสรรบริษัทที่อยู่ในแวดวงฮาลาลและได้รับการรับรองมาตรฐาน ฮาลาลมาแล้วเป็นอย่างดี ในปีที่ผ่านๆมา บริษัทไทยหลายรายสามารถหาพันธมิตรธุรกิจได้จากงานนี้ บางรายก็ สามารถหาคู่ร่วมลงทุน ดังนั้นในปีนี้บริษัทผู้ซื้อ 27 รายของไทยที่ตัดสินใจเข้าร่วมงานก็จะประสบ ความสำเร็จเช่นกัน ปีนี้เรามีทั้งบริษัทรายใหญ่อย่างเทสโก้ และบริษัทเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพของไทยเข้าร่วมคณะ โดยทางมาเทรด (MATRADE) หรือ กรมส่งเสริมการส่งออกมาเลเซีย จะเป็นผู้ประสานงานและดูแลเกี่ยวกับกิจกรรม ดังกล่าว"

นายนิคมันกล่าวต่อไปว่า การไปร่วมงาน MIHAS จะทำให้ผู้เข้าร่วมงานไม่ว่าจะในฐานะผู้แสดงสินค้า(exhibitors) หรือผู้ซื้อ (buyers) ได้รับทราบความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมล่าสุดในแวดวงสินค้าและบริการฮาลาล นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ต่างๆอัพเดตล่าสุดที่ผู้ค้าและผู้ผลิต ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในวงการฮาลาลควรจะรับทราบ ทั้งนี้อุตสาหกรรมฮาลาลของมาเลเซียเป็น อุตสาหกรรมสำคัญที่ได้รับการสนับสนุน ส่งเสริม และร่วมพัฒนาโดยหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้มีมาตรฐานสูงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

ดังนั้นหากเอกชนไทยจะเข้ามาร่วมลงทุนหรือร่วมค้ากับผู้ประกอบการของ มาเลเซีย ก็จะเป็นการเสริมแต้มต่อในการแข่งขันในตลาดโลก "ปัจจุบันเรามีเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลตามแนวชายแดนไทยและมาเลเซียอยู่แล้ว เช่นที่เมืองโกตาปู ตรา รัฐเคดาห์ มีรับเบอร์ ซิตี้ (Rubber City) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือไทย-มาเลเซีย หรือฮาลาล ปาร์ค (Halal Park) ซึ่งจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมสำหรับสินค้าฮาลาลโดยเฉพาะ เหล่านี้เป็นโครงการที่ภาครัฐได้ ริเริ่มขึ้นแล้ว รอให้ภาคเอกชนของทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาสานต่อและใช้สิทธิประโยชน์"

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.wallpaper4k.com/th/wallpapers/

31 มีนาคม 2558

แหล่งข้อมูล: ฐานเศรษฐกิจ

โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

ความคิดเห็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม
2. ทีม federationthaisme.org ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัติย์
3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
4. ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฏหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับ ทีมงาม ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆต่อเจ้าของความเห็น